ใครสงสัยว่ามันคืออะไร ลองไปอ่านที่นี่ดูนะครับ ถ้าให้เล่าแบบย่อๆก็เป็นการทำให้เรา ssh เข้าไปได้โดยไม่ต้องใส่รหัส จริงๆมันมีเรื่องความปลอดภัยด้วย ตามไปอ่านดูในลิ้งค์ที่ให้ไว้ละกัน มาพูดถึงวิธีสร้างคีย์แล้วเอาไปใส่ server กันดีกว่า

เอาบน Windows ก่อนนะครับ บน Linux ทำง่าย เดี๋ยวค่อยว่ากัน

เริ่มจาก ลง PuTTYgen ถ้าติดตั้ง PuTTY ไว้แล้วก็เรียกได้จาก Start > All Programs > PuTTY > PuTTYgen จะเห็นหน้าตาแบบนี้

PuTTYgen

ไม่ต้องคิดมาก กระแทกปุ่ม Generate ทันที แล้วเอาเมาส์วนๆในหน้าต่างสักพัก มันจะ random key มาให้ ใส่ comment ตามใจชอบแล้วกด Save private key ซะ อย่าลืมก้อปจดตัวอักษรยึกยือๆในช่อง Public key for pasting… ไว้ด้วยนะครับ

PuTTYgen Finished

เปิดโปรแกรม PuTTY ไปที่ Connection > Data ใส่ Auto-login username เป็น username ที่เราจะใช้เข้า

Auto-login username

ไปที่ Connection > SSH > Auth แล้วเลือก Private key ที่เราเซฟไว้เมื่อกี้

Private key file

กลับไปหน้าแรก กรอก IP/Port สำหรับต่อให้เรียบร้อย เสร็จแล้วตั้งชื่อที่เราอยากตั้งในช่อง Saved Sessions แล้วกด Save

Connection

กด Open ก็จะเป็นการเข้า SSH ตามปกติ ตอนนี้ยังต้องใส่รหัสอยู่นะ

Logging in

เสร็จแล้วสร้างโฟลเดอร์ .ssh (mkdir .ssh) แล้วเข้าไปสร้าง(หรือแก้)ไฟล์ .ssh/authorized_keys เสร็จแล้วเอา Public key for pasting … ที่ก้อปไว้ตอนแรกมาแปะลงไป บางทีอาจมีไฟล์นี้อยู่แล้วก็ช่างมัน ใส่ไปในบรรทัดต่อไปเลย

ออกมาแล้วลองเปิด PuTTY แล้วดับเบิลคลิกไอ้อันที่เราเซฟไว้เมื่อกี้ มันจะไม่ถามรหัสเราอีกแล้ว สังเกตจากบรรทัดที่ 2 จะมีบอกว่ากำลังใช้ Public key authen อยู่

Logged in!

ถ้าอยากให้ปลอดภัยกว่านี้หน่อย ก็ใช้ PuTTYgen ตั้งรหัส Private key ของเราซะ เวลา Login มันก็จะถามรหัสของ Key เวลาเปลี่ยนรหัสก็เปลี่ยนแค่ที่ Key ไม่ต้องมานั่งเปลี่ยน server ทุกเครื่อง

สำหรับวิธีบน Linux อันนี้ง่าย อธิบายได้ด้วยรูปเดียว

เคสนี้เราต้องการต่อจากเครื่อง Enceladus ไปยังเครื่อง Opteron (158.108.34.34) ลองดูรูปแล้วอ่านตามนะครับ

SSH Public Key for Linux

เริ่มจากเครื่องเรา สั่ง ssh-keygen กด enter รัวๆ แล้วสั่ง ssh-copy-id username@destination username กับ destination แก้ให้ถูกต้องด้วย มันจะถามรหัสทีนึง แค่นี้ก็เรียบร้อย

เสร็จแล้วลองทดสอบด้วยการต่อไปที่เครื่องนั้น มันก็จะไม่ถามรหัสเราอีกแล้ว

ป.ล. จริงๆมีอีกทางคือใช้ Pageant ที่อยู่ในชุดของ PuTTY  ถ้าบน Linux ก็ใช้ ssh-agent ถ้าใครสนใจลองไปหาอ่านดูละกันครับ