How to ROOT HTC Hero with FlashRec
4สำหรับคนที่ใช้วิธี fastboot ไม่ได้ ขั้นตอนหลักๆแบ่งเป็น 3 ช่วงนะครับ คือ
- flash ตัว Recovery – เราจะได้บูทเข้าแล้วทำอะไรกับเครื่องได้ (เหมือน single user mode ใน Linux)
- เตรียมเครื่องให้ใช้ ADB ได้ จะได้อัพโปรแกรมขึ้นไปได้
- อัพโปรแกรม su กับ Superuser ขึ้นไป
ผมพยายามเขียนแบบสั้นๆ กระชับ สำหรับคนที่พอมีพื้นฐานด้านนี้อยู่แล้วนะครับ จะได้ไม่ต้องอ่านตัวอักษรยึกยือจนปวดหัว (more…)
TwitterFox 1.8.3 RTSP Mod + Retweet
1ไม่มีอะไรมาก เพราะมันเหมือนตัว TwitterFox 1.8.3 RTSP Mod เป้ะๆ
ต่างกันแค่รุ่นนี้จะแสดงทวิตที่ถูกกด Retweet จากหน้าเว็บขึ้นมาด้วย ลองดูรูปตัวอย่าง
ถ้าอยากใช้ก็กดโลด Download
TwitterFox 1.8.3 RTSP Mod
4เป็นรุ่นที่โมต่อจาก TwitterFox Mod 1.8.3 HTTPS CopyName
สาเหตุเนื่องจากเมื่อใช้ไปนานๆ มันจะเก็บแคชของทวิตไว้ ทำให้ต้องมาล้างอยู่บ่อยๆ เพื่อให้มันเร็วขึ้น
TwitterFox RTSP Mod ตัวล่าสุดนี้ เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่จะทำการลบแคชเก่า ทุกครั้งที่เปิด Firefox (เก็บไว้เฉพาะ 20 อันล่าสุดในแต่ละ timeline) ช่วยให้ TwitterFox ทำงานเร็วขึ้นมากๆ
สรุปแล้วตัว Mod นี้ แก้ไขจาก TwitterFox ต้นฉบับ 4 อย่างคือ
- เปิดแท็บที่คลิกจาก TwitterFox ด้วย HTTPS
- คลิกขวา > Copy จะมีชื่อคนทวิตติดมาด้วย
- เอาเมาส์ชี้ Avatar จะมีบอกเวลาจริงของทวิตนั้นๆ
- ใหม่! – ลบแคชทวิตเก่าๆ ออกทุกครั้งเมื่อเปิด Firefox
ถ้าสนใจก็กดซะ Download!
Echofon 1.9.3 RTSP Mod
4Echofon 1.9.3 ออกละ ถึงเวลาปล่อยรุ่นโมอีกครั้ง
รุ่นโมตัวนี้ก็คล้ายๆรุ่นเดิม สิ่งที่ผมแก้ไปก็คือ
- แท็บที่กดจาก Echofon จะถูกบังคับให้เปิดด้วย HTTPS
- ตอนก้อปปี้ทวิตจะติดชื่อคนเขียนมาด้วย
- ถ้าเอาเมาส์ชี้ตรง avatar จะบอกเวลาจริงที่ทวิตด้วย
Download Echofon 1.9.3 RTSP Mod
แถมอีกนิด เป็นเหตุผลส่วนตัว ผมไม่ชอบสีเทาๆ เลยเอาธีม TwitterFox เดิมมาใส่ให้ สำหรับคนที่ชอบสีฟ้ามากกว่า แต่มันยังบั๊กๆ อยู่นิดหน่อย ถ้ามีเวลาจะทยอยแก้นะครับ
Download Echofon 1.9.3 RTSP Mod with TwitterFox theme
ป.ล. ใครแก้ได้แก้เลยนะ บอกผมด้วยว่าแก้ยังไงจะขอบคุณมากมาย
SSH Public Key Authen พอกันทีกับการพิมพ์รหัสเข้า SSH
7ใครสงสัยว่ามันคืออะไร ลองไปอ่านที่นี่ดูนะครับ ถ้าให้เล่าแบบย่อๆก็เป็นการทำให้เรา ssh เข้าไปได้โดยไม่ต้องใส่รหัส จริงๆมันมีเรื่องความปลอดภัยด้วย ตามไปอ่านดูในลิ้งค์ที่ให้ไว้ละกัน มาพูดถึงวิธีสร้างคีย์แล้วเอาไปใส่ server กันดีกว่า
เอาบน Windows ก่อนนะครับ บน Linux ทำง่าย เดี๋ยวค่อยว่ากัน
เริ่มจาก ลง PuTTYgen ถ้าติดตั้ง PuTTY ไว้แล้วก็เรียกได้จาก Start > All Programs > PuTTY > PuTTYgen จะเห็นหน้าตาแบบนี้
ไม่ต้องคิดมาก กระแทกปุ่ม Generate ทันที แล้วเอาเมาส์วนๆในหน้าต่างสักพัก มันจะ random key มาให้ ใส่ comment ตามใจชอบแล้วกด Save private key ซะ อย่าลืมก้อปจดตัวอักษรยึกยือๆในช่อง Public key for pasting… ไว้ด้วยนะครับ
เปิดโปรแกรม PuTTY ไปที่ Connection > Data ใส่ Auto-login username เป็น username ที่เราจะใช้เข้า
ไปที่ Connection > SSH > Auth แล้วเลือก Private key ที่เราเซฟไว้เมื่อกี้
กลับไปหน้าแรก กรอก IP/Port สำหรับต่อให้เรียบร้อย เสร็จแล้วตั้งชื่อที่เราอยากตั้งในช่อง Saved Sessions แล้วกด Save
กด Open ก็จะเป็นการเข้า SSH ตามปกติ ตอนนี้ยังต้องใส่รหัสอยู่นะ
เสร็จแล้วสร้างโฟลเดอร์ .ssh (mkdir .ssh) แล้วเข้าไปสร้าง(หรือแก้)ไฟล์ .ssh/authorized_keys เสร็จแล้วเอา Public key for pasting … ที่ก้อปไว้ตอนแรกมาแปะลงไป บางทีอาจมีไฟล์นี้อยู่แล้วก็ช่างมัน ใส่ไปในบรรทัดต่อไปเลย
ออกมาแล้วลองเปิด PuTTY แล้วดับเบิลคลิกไอ้อันที่เราเซฟไว้เมื่อกี้ มันจะไม่ถามรหัสเราอีกแล้ว สังเกตจากบรรทัดที่ 2 จะมีบอกว่ากำลังใช้ Public key authen อยู่
ถ้าอยากให้ปลอดภัยกว่านี้หน่อย ก็ใช้ PuTTYgen ตั้งรหัส Private key ของเราซะ เวลา Login มันก็จะถามรหัสของ Key เวลาเปลี่ยนรหัสก็เปลี่ยนแค่ที่ Key ไม่ต้องมานั่งเปลี่ยน server ทุกเครื่อง
สำหรับวิธีบน Linux อันนี้ง่าย อธิบายได้ด้วยรูปเดียว
เคสนี้เราต้องการต่อจากเครื่อง Enceladus ไปยังเครื่อง Opteron (158.108.34.34) ลองดูรูปแล้วอ่านตามนะครับ
เริ่มจากเครื่องเรา สั่ง ssh-keygen กด enter รัวๆ แล้วสั่ง ssh-copy-id username@destination username กับ destination แก้ให้ถูกต้องด้วย มันจะถามรหัสทีนึง แค่นี้ก็เรียบร้อย
เสร็จแล้วลองทดสอบด้วยการต่อไปที่เครื่องนั้น มันก็จะไม่ถามรหัสเราอีกแล้ว
ป.ล. จริงๆมีอีกทางคือใช้ Pageant ที่อยู่ในชุดของ PuTTY ถ้าบน Linux ก็ใช้ ssh-agent ถ้าใครสนใจลองไปหาอ่านดูละกันครับ








